ReadyPlanet.com
dot




Mercedes เปิดตัวรถ 3 รุ่น พร้อมกิจกรรม Mercedes-AMG Driving Experience 2018 article

 กระตุ้นอะดรีนาลีนให้สูบฉีดกับกิจกรรม Mercedes-AMG Driving Experience 2018

https://i3.wp.com/motortrivia.com/wp-content/uploads/2018/10/01-Mercedes-AMG-Driving-Experience-2018-official.jpg

Mercedes พาสื่อมวลชนทดสอบสมรรถนะ Mercedes-AMG แบบครบทั้งไลน์อัพเป็นครั้งแรก กับกิจกรรม Mercedes-AMG Driving Experience 2018 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต พร้อมกันนี้ยังได้เปิดตัวรถรุ่นใหม่ 3 รุ่น และแนะนำผู้บริหารใหม่  มร. โรลันด์ เซบาสเตียน โฟลเกอร์ (Roland Sebastian Folger) ในฐานะประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด

https://i3.wp.com/motortrivia.com/wp-content/uploads/2018/10/13-Mercedes-AMG-Driving-Experience-2018-official.jpg
มร. โรลันด์ โฟลเกอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด

สำหรับกิจกรรม Mercedes-AMG Driving Experience 2018 นับเป็นครั้งแรกในประเทศไทยกับการทดลองขับสปอร์ตสมรรถนะสูงภายใต้แบรนด์ Mercedes-AMG ครบทั้งตระกูลในทุกเซ็กเมนต์ ซึ่งสื่อมวลชนและลูกค้าจะได้เรียนรู้เทคนิคการขับแบบเต็มสมรรถนะ กับทีมผู้ฝึกสอนมืออาชีพ ดีกรีแชมป์การแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตระดับโลก ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์

มร. โรลันด์ โฟลเกอร์ กล่าวว่า “นับตั้งแต่ที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้เปิดตัว Mercedes-AMG ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เราได้นำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่ พร้อมทำการตลาดที่หลากหลาย เพื่อตอกย้ำภาพการเป็นผู้ผลิตรถสปอร์ตระดับแถวหน้าของโลกให้แก่ลูกค้าในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากความมุ่งมั่นดังกล่าว ส่งผลให้เราได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าที่สนใจรถยนต์สปอร์ตสมรรถนะสูง ด้วยยอดขาย Mercedes-AMG ทั่วโลกสูงถึงกว่า 130,000 คัน เมื่อปี พ.ศ. 2560 ที่ผ่านมา”

“การส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ ‘ขับเคลื่อนทุกสมรรถนะ’ หรือ Driving Performance ถือเป็นหัวใจหลักของแบรนด์ Mercedes-AMG คือต้องมีทั้งเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย เต็มเปี่ยมด้วยนวัตกรรมเพื่อมอบความเร้าอารมณ์ ซึ่งนอกจากผลิตภัณฑ์ที่ดีแล้ว การขับอย่างปลอดภัยและเต็มสมรรถนะของรถยนต์ ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ทางบริษัทฯ ให้ความสำคัญ ด้วยเหตุนี้เราจึงได้จัดกิจกรรม Mercedes-AMG Driving Experience 2018 ขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อเป็นการสานต่อปรัชญาในการมอบ ‘สิ่งที่ดีที่สุด’ พร้อมเพิ่มขีดความสามารถในการขับรถยนต์แบบสปอร์ตสมรรถนะสูงให้แก่ทุกท่าน ด้วยการเชิญสื่อมวลชนกว่า 100 ชีวิต รวมถึงลูกค้าของ Mercedes-AMG และ Mercedes-Benz อีกกว่า 600 คน มาร่วมก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเองไปพร้อมกับผู้ฝึกสอนมืออาชีพ ดีกรีแชมป์การแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตระดับโลก ในระหว่างวันที่ 13-21 ตุลาคม 2561 นี้อีกด้วย”

https://i3.wp.com/motortrivia.com/wp-content/uploads/2018/10/12-Mercedes-AMG-Driving-Experience-2018-official.jpg

มร. ฟรังค์ ชไตน์อัคเคอร์ (Frank Steinacher) รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ช่วยให้แบรนด์ Mercedes-AMG ประสบความสำเร็จมากทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วยเช่นกัน โดยในช่วง 9 เดือนแรกที่ผ่านมา เรามียอดขายที่เติบโตสูงขึ้นกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้าถึงประมาณ 350% เพื่อเป็นการรักษาการเติบโตอย่างยั่งยืนของแบรนด์ ทางบริษัทฯ จึงได้มีการดำเนินกลยุทธ์ วางจำหน่ายผลิตภัณฑ์สมรรถนะสูงอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการเตรียมแผนรองรับกลุ่มลูกค้า Mercedes-AMG ที่เพิ่มมากขึ้น พร้อมเจาะกลุ่มลูกค้าใหม่ที่สนใจรถยนต์กลุ่มนี้”

“ด้วยเหตุนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย จึงได้เปิดตัวคอมมูนิตี้สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการขับรถยนต์สปอร์ตสายพันธุ์แกร่งในตระกูล เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี อย่าง Mercedes-AMG Driving Experience 2018 เพื่อให้ทุกคนได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวกลุ่มรถยนต์ที่แรงที่สุดในโลก (World’s Fastest Family) ไปด้วยกัน รวมถึงการเปิดตัวรถยนต์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจีรุ่นล่าสุด ซึ่งเราเชื่อว่าจะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ากลุ่มนี้ได้อย่างแน่นอน”

“สำหรับกิจกรรม Mercedes-AMG Driving Experience 2018 มีไฮไลท์พิเศษอยู่ที่ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกท่านจะได้มาร่วมกระตุ้นอะดรีนาลีนให้สูบฉีดเหมือนกำลังแข่งขันกีฬามอเตอร์สปอร์ต จากการสัมผัสและทดสอบรถยนต์ Mercedes-AMG ครบทั้งตระกูลเป็นครั้งแรก โดยในปัจจุบัน Mercedes-AMG มีรถยนต์ที่ทำตลาดในประเทศไทยทั้งหมด 11 รุ่น ทั้งประกอบในประเทศและนำเข้า ครอบคลุมตั้งแต่รถคอมแพคท์ที่ใช้เครื่องยนต์แบบ 4 สูบ รถซีดานที่ใช้เครื่องยนต์หลากหลายแบบ หรือแม้แต่ SUV รถสไตล์คูเป้ รถเปิดประทุน (คาบริโอเลต์) และโรดสเตอร์ตระกูล AMG GT”

เมื่อจบช่วงของพิธีการไปเป็นที่เรียบร้อย ก็ถึงเวลาของความมันส์สำหรับกิจกรรม Mercedes-AMG Driving Experience 2018 โดยในครั้งนี้แบ่งออกเป็น 4 สถานี ประกอบด้วย:

https://i3.wp.com/motortrivia.com/wp-content/uploads/2018/10/21-Mercedes-AMG-Driving-Experience-2018-official.jpg

สถานีที่ 1 “Brake and Swerve” เป็นการทดสอบระบบเบรก ระบบความปลอดภัยภายในรถยนต์ อันได้แก่ระบบ ESP และระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) และเป็นการทดสอบในเรื่องของการตอบสนองของประสาทสั่งการและความฉับไวในการสั่งงานของตัวผู้ขับขี่ โดยผู้เข้าร่วมทดสอบจะได้ขับรถมาในทางตรงโดยรักษาความเร็วไว้ที่ประมาณ 80 กม./ชม. สังเกตสัญญาณไฟที่อยู่บนเสา ซึ่งจะติดขึ้นแบบตามใจเซ็นเซอร์ไม่ว่าจะเป็นทางซ้ายหรือขวาไม่มีใครรู้ได้ เมื่อสัญญาณไฟติดทางไหนผู้เข้าร่วมทดสอบจะต้องเหยียบเบรก และหักเลี้ยวหลบสิ่งกีดขวางตามทิศทางของสัญญาณไฟนั้น เมื่อผู้ขับกระทืบเบรกอย่างรุนแรง ไฟเบรกฉุกเฉินจะติดขึ้นโดยอัตโนมัติเพื่อเตือนผู้ขับรถที่ขับตามมาว่ามีการเบรกอย่างรุนแรง

https://i3.wp.com/motortrivia.com/wp-content/uploads/2018/10/25-Mercedes-AMG-Driving-Experience-2018-official.jpg

สถานีที่ 2 “ESP Exercise” เป็นการทดสอบโดยอิงจากสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้จริงในชีวิตประจำวัน ด้วยการเปรียบเทียบสิ่งกีดขวางเป็นคนเดินถนนหรือรถที่พุ่งออกมาตัดหน้า ผู้ขับจะได้ทดสอบทั้งการควบคุมรถในสถานการณ์คับขัน และทักษะการใช้สายตาเพื่อกะระยะทาง เริ่มต้นด้วยการขับทางตรงด้วยความเร็วประมาณ 80 กม./ชม. แล้วกระชากพวงมาลัยเพื่อหลบสิ่งกีดขวางที่อยู่ ด้านขวามือโดยไม่เหยียบเบรก และหักพวงมาลัยกลับทางซ้ายเพื่อควบคุมรถกลับเข้าสู่ทิศทางเดิม อินสตรักเตอร์จะแนะนำให้เรามองในมุมกว้าง และมองไปที่ช่องว่าง ไม่ใช่มองไปที่ไพลอน ถ้าสายตาของผู้ขับมองทิศทางที่จะพารถไป มือก็จะพารถไปตามสายตา ซึ่งการฝึกมองทิศทางที่จะไปนี้ นำไปใช้ในการขับรถในชีวิตประจำวันได้ สำหรับระบบ ESP ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ จะทำงานเมื่อตรวจพบว่าเมื่อใช้ความเร็วระดับหนึ่งแล้วมีการกระชากพวงมาลัยอย่างรุนแรง ระบบจะเบรกให้โดยอัตโนมัติ โดยจะเบรกในล้อที่จำเป็นเพื่อรักษาทิศทางของรถ ไฟเบรกจะติดขึ้นเพื่อเตือนผู้ขับรถที่ตามมา และลดความเร็วของรถยนต์ลง 30 กม./ชม.

https://i3.wp.com/motortrivia.com/wp-content/uploads/2018/10/28-Mercedes-AMG-Driving-Experience-2018-official.jpg

สถานีที่ 3 “Motorkhana” โดยสถานีนี้จะให้ผู้เข้าร่วมการทดสอบได้ฝึกบังคับรถยนต์ในสนามจำลองเล็กๆ ที่มีอุปสรรคโดยการวางไพลอนดักเอาไว้ ผู้ขับจะต้องผ่านไปให้ได้ในเวลาที่รวดเร็วที่สุด และปลอดภัยที่สุด โดยไม่ชนสิ่งกีดขวางใดๆ เลย ออกจากเส้นสตาร์ตเจอกับสลาลม ต่อเนื่องด้วยโค้งขวากว้าง แต่ส่วนปลายถูกบีบให้แคบ ทำให้ต้องใช้ความเร็วที่เหมาะสมเพื่อไม่ให้รถสะกิดไพลอน พ้นโค้งขวาเข้าสู่ทางตรงและสลาลมสั้นๆ พุ่งเข้าสู่ช่วงหักหลบซ้าย ก่อนเข้าจุดเบรกให้หยุดนิ่งในกรอบที่กำหนด ได้ขับคนละ 2 รอบโดยแต่ละรอบจะได้เปลี่ยนรถ 1 ครั้ง รอบแรกผู้เขียนหลงไลน์ขับออกนอกเส้นทางไปพอสมควร จนมารอบที่ 2 มีอินสตรักเตอร์มานั่งเป็นเพื่อน และคอยบอกจุดให้เลี้ยว รอบหลังเลยสนุกกว่าเดิม

https://i3.wp.com/motortrivia.com/wp-content/uploads/2018/10/33-Mercedes-AMG-Driving-Experience-2018-official.jpg

ต่อด้วยสถานีที่ 4 “Cornering Theory” เป็นสถานีทดสอบการเข้าโค้ง ที่จะใช้พื้นที่โค้งภายในสนามทั้งหมด 4 โค้ง ซึ่งแต่ละโค้งมีความกว้างและรัศมีที่แตกต่างกันไป ทุกโค้งจะมีไพลอนวางไว้เป็นสัญลักษณ์ ไพลอน 3 ตัวให้เบรก ไพลอน 1 ตัว ทั้งด้านในและด้านนอกโค้ง เป็นจุดที่ให้นำรถเข้าไปใกล้ บางโค้งในสนามช้างมีจุด Apex ที่ลึกเกือบปลายโค้ง เมื่อขับได้ตามไพลอนที่วางเพื่อบอกจุดเข้าโค้งไว้ ก็จะขับได้ตาม Racing Line ทำให้ใช้ความเร็วในโค้งในได้อย่างเหมาะสม เข้าโค้งได้อย่างมั่นคงปลอดภัยและกดคันเร่งชู๊ตออกจากโค้งได้เร็วขึ้น ตัวรถจะไม่โคลงมาก ขับผ่านโค้งได้เร็วและลื่นไหล ถ้าเข้าโค้งถูกต้องทุกโค้ง เวลาต่อรอบก็จะดีขึ้นด้วย

https://i3.wp.com/motortrivia.com/wp-content/uploads/2018/10/07-Mercedes-AMG-Driving-Experience-2018-official.jpg

นับเป็นประสบการณ์ที่สุดยอดมากกับการได้ขับ Mercedes-AMG ครบทุกไลน์อัพในสนามแข่ง สามารถใช้ความเร็วสูงได้อย่างปลอดภัย ขับง่าย เสียงเครื่องยนต์มันส์เร้าใจโสตประสาทจริงๆ 

หลังจากสนุกกันในสนามเป็นที่เรียบร้อยก็มาในช่วงของการเปิดตัวรถทั้ง 3 รุ่น ประกอบด้วย Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé รุ่นปรับโฉม ประกอบไทย ราคา 4,220,000 บาท, Mercedes-Benz C 200 Coupé AMG Dynamic รุ่นปรับโฉม ประกอบไทย ราคา 3,450,000 บาท และไฮไลต์ของงานกับซีดานพันธุ์ดุ Mercedes-AMG E 63 S 4MATIC+ ราคา 12,790,000 บาท แรงที่สุดที่เคยมีมาในรถยนต์ตระกูล E-Class

https://i3.wp.com/motortrivia.com/wp-content/uploads/2018/10/36-Mercedes-AMG-Driving-Experience-2018-official.jpg

Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé

รถสมรรถนะสูงตระกูล 43 โฉมใหม่ ปรับภาพลักษณ์ สมรรถนะ อัตราการใช้พลังงาน และความสปอร์ตให้ใหม่ ตัวรถมากับกระจังหน้า AMG ก้านคู่ ตกแต่งด้วยสีเงินด้าน ฝากระโปรงหน้าใหม่ปรับโครงสร้างบังคับทิศทางลมให้ยกตัวขึ้นจากฝากระโปรงหน้า ออกแบบให้ช่วยควบคุมการไหลเวียนของลมที่ปะทะด้านหน้าของตัวรถให้ดียิ่งขึ้น ล้อแม็กน้ำหนักเบา AMG มีช่องลมและองศาก้านล้อที่ปรับปรุงอย่างละเอียดในอุโมงค์ลม เพื่อให้การไหลเวียนของอากาศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการพัฒนาล้อแม็กนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาด้านอากาศพลศาสตร์ น้ำหนักรถ และความร้อนที่ระบบเบรก อันส่งผลโดยตรงต่อสมรรถนะและอัตราการใช้พลังงาน

ฝากระโปรงหลังมาพร้อมกับโครงสร้างบังคับทิศทางลม และดิฟฟิวเซอร์ใหม่ ช่วยพัฒนาการไหลเวียนของอากาศด้านหลังตัวรถ ปิดท้ายด้วยท่อไอเสียใหม่ แบบ Two round twin tailpipe ประตูเป็นแบบไร้ขอบ กรอบกระจกมองข้างสีดำแบบลอยตัวจากตัวถัง ขอบตกแต่งสีดำเงาบริเวณด้านข้างตัวรถและกรอบหน้าต่าง รอบคันเด่นด้วยชุด AMG Bodystyling (กันชนหน้า-หลังและสเกิร์ตข้าง) ไฟหน้าแบบ MULTIBEAM LED มีระบบไฟส่องสว่างขณะขับผ่าน 4 แยกหรือวงเวียน ระบบไฟส่องสว่างสำหรับการขับในเมือง และระบบไฟส่องสว่างสำหรับสภาวะอากาศเลวร้าย รวมถึงหลังคาพาโนรามิคซันรูฟระบบไฟฟ้า

ห้องโดยสารตกแต่งด้วย AMG matt Silver glass-fibre มาพร้อมเบาะ AMG Sport Seat หุ้มหนังแท้ มีระบบอุ่นเบาะและระบบทำความเย็นที่ปรับได้ 3 ระดับ พนักพิงหลังและปีกทั้ง 2 ข้างมีการเสริมเพื่อปกป้องด้านข้างของผู้ขับขณะขับด้วยความเร็วสูง พนักพิงศีรษะออกแบบเป็นพิเศษ สะดวกสบายด้วยมาตรวัดดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว แสดงผล 3 แบบในสไตล์ AMG คือ Classic, Sport และ Progressive พร้อมระบบปฏิบัติการที่ใช้งานง่ายและมีความยืดหยุ่นสูงในการควบคุม ผู้ขับสามารถเลือกคำสั่งต่างๆ ได้สะดวกรวดเร็ว และสอดคล้องกับสภาพการขับด้วยความเร็วสูง

พวงมาลัยใหม่ AMG Performance Steering Wheel ทรงสปอร์ตท้ายตัด หุ้มหนัง Nappa ออกแบบให้สามารถใช้คำสั่งหรือก้านควบคุมต่างๆ ได้ง่ายยิ่งขึ้น คันเกียร์ที่คอพวงมาลัยชุบวัสดุโลหะ รองรับโหมดเกียร์ธรรมดา Touchpad 2 ข้าง ที่คอพวงมาลัยเป็นอุปกรณ์ใหม่ที่เพิ่มเติมเข้ามาในรุ่นนี้ ด้านซ้ายใช้ควบคุมแผงมาตรวัดและ Cruise Control ส่วนด้านขวาใช้ควบคุมระบบมัลติมีเดีย สมาร์ทโฟน และระบบสั่งการด้วยเสียง ในขณะที่จอมัลติมีเดียขนาด 10.25 นิ้ว ทำงานร่วมกับ MB Audio 20 พร้อม Touchpad และ Controller พร้อมระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester® และมีระบบป้อนเข็มขัดนิรภัยอัตโนมัติสำหรับผู้ขับและผู้โดยสารด้านหน้า

เทคโนโลยีชุดคำสั่ง AMG สำหรับบอกข้อมูล ได้แก่ หน้าจออุณหภูมิของเหลว (Warm-up) แสดงอุณหภูมิน้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ และแรงดันในโหมด Boost, หน้าจอการตั้งค่า (Setup) แสดงข้อมูลของโหมดการขับที่ใช้งานอยู่ การตั้งค่าระบบ กันสะเทือน โหมดการปล่อยไอเสีย การตั้งค่าระบบ ESP® และเกียร์ที่ใช้อยู่, หน้าจอแรงจี (G-Force) แสดงแรงจีปัจจุบันที่กดลงมาที่ตัวรถ เมื่อผู้ขับใช้ความเร็วใดๆ และให้คำแนะนำในการขับให้เหมาะสม, หน้าจอจับเวลา (Race Timer) สำหรับการจับเวลาโดยตัวผู้ขับเอง ซึ่งสามารถจับเวลาต่อรอบพร้อมทั้งแสดงรอบที่ใช้เวลาน้อยและมากที่สุดได้พร้อมกัน รวมถึงระยะที่ขับและความเร็วเฉลี่ย และ หน้าจอข้อมูลเครื่องยนต์ (Engine data) แสดงแรงบิดและกำลังเครื่องยนต์แบบ กราฟแท่ง รวมถึงแรงดันในโหมด Boost

ส่วนจอดิจิทัลสำหรับแสดงความเร็วและเกียร์ปัจจุบัน เมื่อเปิดการใช้งานโหมดเกียร์ธรรมดา สัญลักษณ์ตัว M สีเหลืองจะปรากฏขึ้นมาที่หน้าจอ พร้อมระบบ AMG DYNAMIC SELECT ที่มีให้เลือก 5 โหมด คือ Comfort, Sport, Sport Plus, Individual และโหมดใหม่ คือ Slippery ช่วยกระจายกำลังให้เป็นไปอย่างสม่ำเสมอ และเหมาะสมกับสภาพถนนที่เปียกเพราะฝนหรือหิมะ

Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé รุ่นประกอบไทย ใช้เครื่องยนต์เบนซิน V6 ความจุ 2,996 ซีซี. กำลังสูงสุด 390 แรงม้าที่ 6,100 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 52.9 กก.-ม. ที่ 2,500 – 5,000 รอบ/นาที อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 4.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. ราคาจำหน่าย 4,220,000 บาท.

https://i3.wp.com/motortrivia.com/wp-content/uploads/2018/10/57-Mercedes-AMG-Driving-Experience-2018-official.jpg

Mercedes-Benz C 200 Coupé AMG Dynamic

อีกหนึ่งรุ่นประกอบในประเทศ ได้รับการพัฒนาให้มีความสปอร์ต และเพิ่มประสบการณ์ในการขับที่ดียิ่งขึ้น ด้วยแผงมาตรวัดดิจิทัล และติดตั้งระบบกันสะเทือน DYNAMIC BODY CONTROL รวมทั้งเครื่องยนต์ 4 สูบที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี EQ Boost ตัวรถมากับงานออกแบบด้านหน้าและด้านท้ายใหม่ ติดตั้งล้อแม็กน้ำหนักเบา ใช้เทคโนโลยีไฟหน้าแบบ MULTIBEAM LED พร้อมระบบไฟสูงแบบ ULTRA RANGE Highbeam และระบบกันสะเทือนแบบ AMG Sports Suspension Based on AIR BODY CONTROL

https://i3.wp.com/motortrivia.com/wp-content/uploads/2018/10/65-Mercedes-AMG-Driving-Experience-2018-official.jpg

ห้องโดยสารใช้เบาะนั่งแบบสปอร์ต จอมัลติมีเดียส่วนกลางขนาด 10.25 นิ้ว พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นใหม่ ไฟ Premium Ambient Light เลือกได้ถึง 64 สี ระบบเครื่องเสียงรอบทิศทาง Burmester® surround sound system และหลังคาแก้ว Panoramic Sliding Sunroof ส่วนระบบความปลอดภัยจะมากับระบบช่วยเหลือผู้ขับมากมายเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน อาทิ ระบบ ATTENTION ASSIST พร้อมถุงลมนิรภัย 7 ลูก 9 ตำแหน่ง เป็นต้น

https://i3.wp.com/motortrivia.com/wp-content/uploads/2018/10/63-Mercedes-AMG-Driving-Experience-2018-official.jpg

พละกำลังมาจากเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ความจุ 1,497 ซีซี. พร้อมเทอร์โบ และอินเตอร์คูลเลอร์ กำลังสูงสุด 184 แรงม้าที่ 5,800 – 6,100 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 28.5 กก.-ม. ที่ 3,000 – 4,000 รอบ/นาที อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 7.9 วินาที ความเร็วสูงสุด 239 กม./ชม. ราคาจำหน่าย 3,450,000 บาท.

https://i3.wp.com/motortrivia.com/wp-content/uploads/2018/10/71-Mercedes-AMG-Driving-Experience-2018-official.jpg

Mercedes-AMG E 63 S 4MATIC+

ที่สุดของโคตรซีดานสมรรถนะสูงในตระกูล E-Class ซึ่ง Mercedes-AMG ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับรถในเซ็กเมนต์นี้ ผ่านการนำเสนอเทคโนโลยีล่าสุด พร้อมการมอบความเร็วที่เหนือกว่า ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน V8 เทอร์โบคู่ กำลังสูงสุด 612 แรงม้า นับเป็นเครื่องยนต์ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดเท่าที่เคยติดตั้งใน E-Class ตัวรถมาพร้อมเทคโนโลยีที่ช่วยลดการทำงานที่สูญเปล่าของเครื่องยนต์ และเพิ่มอายุการทำงานของลูกสูบ นั่นคือระบบหยุดการของลูกสูบในบางจังหวะตามความเหมาะสม CDS (Cylinder Deactivation System) รวมถึงเพิ่ม AMG SPEEDSHIFT MCT (มัลติคลัทช์) และเกียร์ 9 จังหวะ พร้อมกับคลัทช์เปียก (wet start-off clutch) เป็นครั้งแรก เพื่อช่วยเพิ่มความสามารถในการตอบสนองให้คล่องตัวขึ้น

https://i3.wp.com/motortrivia.com/wp-content/uploads/2018/10/83-Mercedes-AMG-Driving-Experience-2018-official.jpg

ห้องโดยสารมากับเบาะ AMG Performance Seat จอความละเอียดสูง COMAND® ขนาด 12.3 นิ้ว เลือกหน้าจอได้ 3 แบบ Classic, Sport และ Progressive ไฟแอมเบียนท์ในห้องโดยสารปรับได้ 64 สี และระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester® high-end 3D surround sound system ส่วนระบบความปลอดภัยมีอาทิ ระบบ AMG DYNAMIC SELECT, ระบบ PRE-SAFE , ระบบช่วยรักษาระยะห่างจากรถคันหน้า Distance Pilot DISTRONIC, ฟังก์ชั่นเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน Apple CarPlay, ระบบเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่าน Bluetooth และจอ Head-up display

https://i3.wp.com/motortrivia.com/wp-content/uploads/2018/10/82-Mercedes-AMG-Driving-Experience-2018-official.jpg

Mercedes-AMG E 63 S 4MATIC+ ใช้เครื่องยนต์เบนซิน V8 ความจุ 3,982 ซีซี. เทอร์โบคู่ กำลังสูงสุด 612 แรงม้าที่ 5,750 – 6,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 86.6 กก.-ม. ที่ 2,500 – 4,500 รอบ/นาที อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 3.4 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. ราคาจำหน่าย 12,790,000 บาท.

สำหรับท่านใจที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติม เชิญได้ที่ www.mercedes-benz.co.th   




TEST DRIVE

ลองของลุยออฟโรด FORD RANGER FX4 MAX มาดูว่า MAX จริงมั้ย
ไปลุยออฟโรดระเบิดเขา ที่เขาระเบิดกับ Nissan Navara PRO4X
ทดลองขับมาสด้า บีที-50 ไปเพลินโป่งกระทิง
ทดลองขับ MG HS PHEV ประหยัด คุ้มค่า ราคางาม
ลองขับ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่
มาสด้า บีที-50งามสุดล้ำ คุณภาพพรีเมียม ขับง่ายคล่องตัว
อีซูซุจัดทดสอบ “ออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์” โชว์ความเหนือชั้นด้านสมรรถนะและเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยที่ครบครัน
เพลินภูเขากับ ALL-NEW MAZDA CX-30 เติมชีวิตด้วยครอสโอเวอร์เอสยูวีที่มาเต็ม article
ลองขับ NEW MG EXTENDER ตะลอนไปในหลายรูปแบบ article
All New Nissan Almera คุ้มค่าทั้งราคาและออฟชั่น article
MG HS ให้ 3 คำ น่าใช้ เทคโนโลยีเพียบ คุ้มค่า article
เชฟโรเลต ประเทศไทย พาลุย “Colorado Jungle Drive Experience” article
ทดลองขับ All-New Mazda CX-8 เชียงใหม่-เชียงราย
ลองขับ NEW MG EXTENDER อินทนนท์-กรุงเทพฯ
NEW MITSUBISHI PAJERO SPORT 2019
Mercedes-Benz จัดคอร์สเพิ่มความมันส์ MBDE 2019 LV.2 article
ขับนิสสัน ลีฟ ใหม่ ขึ้นลงดอยอินทนนท์ที่สูงที่สุดในประเทศ ด้วยการชาร์จครั้งเดียว
ทดลองขับ All New Toyota Corolla Altis 1.8 HV ขับง่าย ใช้งานสบาย พร้อมความประหยัด article
All-New Chevrolet Captiva 3S ที่จะกลับมาทวงคืนความเชื่อมั่น article
ลองขับ TR Transformer II หล่อ แปลกตา น่าลอง
NEW MITSUBISHI PAJERO SPORT 2019 มากกว่าคำว่ารถอเนกประสงค์ article
ทดลองขับ All New Suzuki CARRY รถคันเก่งของฮาซัน article
ALL-NEW MAZDA3 เข้าสู่ความตื่นเต้นขั้นใหม่ สุดใจของแฟนมาสด้า
ลองของฉบับรวบรัดกับ NEW MG EXTENDER article
Nissan Leaf ชาร์จแบตฯ ครั้งเดียวเที่ยวเพลินรอบกรุงเทพฯ article
ปีนดอยที่เชียงใหม่กับ มิตซูบิชิ ไทรทัน
สัมผัสประสบการณ์ ‘แกร่ง ลุยทุกอุปสรรค’
ในกิจกรรมทดลองขับ มิตซูบิชิ ไทรทัน ใหม่
ฮุนไดจัดทริปพาสื่อมวลชนขับฮุนได เอช-วัน และ แกรนด์ สตาร์เร็กซ์ ใหม่
Mitsubishi จัดทดสอบ Triton 2019 พร้อมโชว์ความเหนือชั้นครบทุกรสชาติ article
เชฟโรเลตชวนขับรุ่นแต่งพิเศษเที่ยวกาญนะจ๊ะบุรี article
ลองพิสูจน์ ไฮลักซ์ รีโว่ รุ่นปรับปรุงใหม่ เกียร์ 6 จังหวะ..เห็นเขาว่า แรงจริง ประหยัดจริง
ลองขับ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ รถยนต์อเนกประสงค์ขนาดกลาง
ลองของใหม่ Nissan Terra VL 4×4 ลุยครบทุกรสชาติที่เชียงราย article
Toyota New Global Architecture (TNGA) Sensation Challenge ตามไปลอง Toyota C-HR กับโครงสร้างใหม่ที่จะใช้กับรถยนต์โตโยต้ารุ่นต่อๆไป
ทดลองขับ ALL NEW MG3 ขับสนุก ราคาสุดคุ้ม
ลองขับ New Mazda CX-3
ลองขับ MITSUBISHI XPANDER กรุงเทพฯ-เพชรบุรี-ประจวบฯ-ชุมพร-ระนอง
ลองขับ ฮอนด้า เอชอาร์-วี ใหม่ สไตล์สปอร์ตครบทุกครอสของชีวิต
TEST DRIVE New Ford Ranger 2.0L Bi-Turbo ชี้ชัด ลงลึกในรายละเอียด... แตกต่างยังไง ดีขึ้นขนาดไหน
Mercedes-Benz Driving Events 2018
บินลัดฟ้าไปดูความกล้าที่จะต่างของมาสด้า
เมอร์เซเดส-เบนซ์ รวมพล AMG ให้ขับเล่น แรงกระชากใจ ในเส้นทางบางกอก-อยุธยา
กระแสแรง-รถโก้ TOYOTA C-HR ลำปาง-น่าน 200 กว่ากิโลเมตร เฉลี่ย 19.2 กิโลเมตร/ลิตร
ทาทา มอเตอร์ส จัดแสดงรถเพื่อการพาณิชย์ พร้อมทดสอบสมรรถนะรถบรรทุก 6 ล้อ “อัลทรา”
ลองขับ ฮอนด้า โมบิลิโอ ใหม่ รถอเนกประสงค์เพื่อชีวิตยุคใหม่
คาราวานมิตซูบิชิ กรุงเทพฯ-กาญจนบุรี ร่วมกระชับสัมพันธ์ 130 ปี ไทย-ญี่ปุ่น article
ลองขับ ยาริส รุ่นปรับโฉม ปรับใหม่ ใสใส วัยรุ่นชอบ article



Copyright © 2018 All Rights Reserved.